แต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดและความสำคัญแตกต่างกัน ดังนี้
1. กำหนดแนวคิดผลิตภัณฑ์ Product Concept
ขั้นตอนแรกของการสร้างแบรนด์สินค้า คือการกำหนด Product Concept หรือแนวคิดหลักของผลิตภัณฑ์
นี่คือรากฐานสำคัญของทั้งแบรนด์ เพราะหาก Product Concept ไม่ชัดเจน ขั้นตอนอื่น ๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสูตร การออกแบบบรรจุภัณฑ์ หรือการทำการตลาด ก็อาจขาดทิศทางได้
เจ้าของแบรนด์ควรเริ่มต้นด้วยการตอบคำถามพื้นฐาน เช่น
- ต้องการสร้างสินค้าอะไร?
- สินค้านี้แก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า?
- กลุ่มเป้าหมายคือใคร?
- ลูกค้ามีอายุประมาณเท่าไร?
- ลูกค้ามีกำลังซื้อระดับใด?
- สินค้าจะขายในราคาเท่าไร?
- คู่แข่งหลักในตลาดคือใคร?
- สินค้าของเราจะแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร?
- จะขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์?
- ต้องการสร้างแบรนด์ระดับ Mass, Premium หรือเฉพาะกลุ่ม?
ตัวอย่างเช่น หากต้องการสร้างแบรนด์อาหารเสริมสำหรับกลุ่มคนทำงาน Product Concept อาจเป็น
“ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนทำงานที่ใช้ชีวิตเร่งรีบและต้องการดูแลสุขภาพในรูปแบบที่สะดวก”
แต่หากต้องการสร้างแบรนด์สกินแคร์สำหรับวัยรุ่น แนวคิดอาจเป็น
“ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับวัยรุ่น เน้นสูตรใช้ง่าย เหมาะกับชีวิตประจำวัน และสื่อสารแบรนด์ในรูปแบบทันสมัย”
สิ่งที่ควรเตรียมในขั้นตอน Product Concept
ก่อนพูดคุยกับโรงงาน OEM เจ้าของแบรนด์ควรมีข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่
- ประเภทสินค้า
- กลุ่มเป้าหมาย
- งบประมาณ
- ราคาขายที่ต้องการ
- จำนวนการผลิตเบื้องต้น
- รูปแบบบรรจุภัณฑ์
- ช่องทางการขาย
- ตัวอย่างสินค้าที่ชื่นชอบ
- จุดขายหลักของผลิตภัณฑ์
ยิ่งข้อมูลชัดเจนมากเท่าไร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็ยิ่งมีทิศทางมากขึ้นเท่านั้น
2. พัฒนาผลิตภัณฑ์และสูตร Product Development
หลังจากกำหนด Product Concept แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ Product Development หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์
สำหรับธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ดีไม่ควรมีเพียงบรรจุภัณฑ์สวย แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายด้านร่วมกัน
ตัวอย่างเช่น
- รูปแบบผลิตภัณฑ์
- ส่วนประกอบ
- สารสกัด
- เนื้อสัมผัส
- กลิ่น
- สี
- รสชาติ
- ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
- ต้นทุนต่อหน่วย
- ความเป็นไปได้ในการผลิตจริง
เจ้าของแบรนด์สามารถพูดคุยกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อปรับแนวคิดให้เหมาะสมกับตลาดและงบประมาณ
การพัฒนาสูตรอาหารเสริม
สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจพิจารณาองค์ประกอบ เช่น
- รูปแบบแคปซูล
- รูปแบบเม็ด
- รูปแบบผงชงดื่ม
- รูปแบบเจลลี่
- รูปแบบเครื่องดื่ม
- ชนิดของสารสกัด
- ปริมาณส่วนประกอบ
- รสชาติ
- กลิ่น
- สี
- ขนาดบรรจุ
จากข้อมูลในกระบวนการตัวอย่าง การพัฒนาตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาจใช้ระยะเวลาแตกต่างกันตามประเภทสินค้า เช่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจใช้เวลาประมาณ 5–7 วันทำการ ขณะที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอาจใช้เวลาประมาณ 7–14 วันทำการ ทั้งนี้ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับรายละเอียดสูตร วัตถุดิบ การปรับแก้ตัวอย่าง และเงื่อนไขของโครงการ
การพัฒนาสูตรเครื่องสำอาง
สำหรับเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ อาจพิจารณาเรื่อง
- เนื้อครีม
- เนื้อเซรั่ม
- ความเข้มข้น
- การซึมเข้าสู่ผิว
- ความเหนียวเหนอะหนะ
- กลิ่น
- สี
- สารสกัด
- รูปแบบบรรจุภัณฑ์
ขั้นตอนนี้อาจมีการปรับตัวอย่างมากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกับ Concept ที่เจ้าของแบรนด์ต้องการมากที่สุด
3. ตั้งชื่อแบรนด์สินค้า
เมื่อแนวคิดและทิศทางของผลิตภัณฑ์เริ่มชัดเจน ขั้นตอนต่อไปคือการ ตั้งชื่อแบรนด์
ชื่อแบรนด์ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่เป็นสินทรัพย์ทางการตลาดที่อาจอยู่กับธุรกิจเป็นเวลาหลายปี
ชื่อที่ดีควรมีคุณสมบัติ เช่น
- อ่านง่าย
- จำง่าย
- ออกเสียงง่าย
- ไม่ยาวเกินไป
- แตกต่างจากคู่แข่ง
- สามารถนำไปออกแบบ Logo ได้
- เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
- รองรับการขยายสินค้าในอนาคต
ตัวอย่างแนวคิดการตั้งชื่อแบรนด์
สามารถตั้งชื่อจาก
- คุณประโยชน์ของสินค้า
- ความรู้สึกที่ต้องการสื่อ
- คำภาษาอังกฤษ
- คำประดิษฐ์
- การผสมคำ
- ชื่อที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
- ชื่อที่สะท้อนความพรีเมียม
- ชื่อที่สะท้อนนวัตกรรม
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจใช้ชื่อจริง ควรตรวจสอบชื่อในหลายมิติ เช่น ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า ชื่อโดเมน และชื่อบัญชี Social Media ที่เกี่ยวข้อง
เพราะสถานการณ์สุดคลาสสิกของเจ้าของแบรนด์คือ
โลโก้เสร็จ กล่องเสร็จ เพจเสร็จ แล้วเพิ่งพบว่าชื่อใกล้เคียงคนอื่น 😅
อันนี้เจ็บทั้งเงินและเวลาแบบไม่จำเป็น
4. ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ FDA Registration
หลังจากได้สูตรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดำเนินการด้านเอกสารและการขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับสินค้าแต่ละประเภท กระบวนการอาจแตกต่างกัน เจ้าของแบรนด์จึงควรดำเนินงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหรือโรงงานที่มีทีมดูแลด้านเอกสาร
ในภาพรวม กระบวนการอาจเกี่ยวข้องกับ
- การเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์
- การตรวจสอบสูตร
- การตรวจสอบส่วนประกอบ
- การจัดเตรียมเอกสาร
- การยื่นข้อมูล
- การติดตามสถานะ
- การตรวจสอบรายละเอียดฉลาก
จากข้อมูลกระบวนการตัวอย่าง ระยะเวลาดำเนินการอาจอยู่ประมาณ
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: 15–30 วันทำการ
- เครื่องสำอาง: 7–14 วันทำการ
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ ความครบถ้วนของเอกสาร สูตรสินค้า และกระบวนการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง
ทำไมขั้นตอนนี้จึงสำคัญ?
เพราะการสร้างแบรนด์ที่ต้องการเติบโตระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องตั้งแต่ต้น ไม่ควรมองเพียงว่า “ทำสินค้าออกมาขายได้ก็พอ”
แบรนด์ที่มีระบบควรคิดไกลกว่านั้น เช่น
- ขยายช่องทางจำหน่าย
- เข้าร้านค้า
- ทำตัวแทน
- ขายผ่าน Marketplace
- ทำโฆษณา
- ขยายตลาดต่างประเทศ
ดังนั้น เรื่องเอกสารจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจ ไม่ใช่เพียงงานธุรการ